Cute Blinking Blue Cat

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2560

เรื่อง อาชีพทางด้านเทคดนโลยีคอมพิวเตอร์

Computer Graphic



คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การนำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการสร้าง จัดการ ทำงานกราฟิก เช่นการนำข้อมูล อาจเป็น ภาพ ข้อความ หรือ เสียง แล้วใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการตกแต่ง ตัดต่อ แก้ไข ประมวลผล เพื่อให้ได้งานกราฟิก ตามต้องการ
คอมพิวเตอร์กราฟิกได้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบมาเป็นเวลานาน เราคงจะเคยได้ยินคำว่า CAD (Computer - Aided Design) ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับช่วยในการออกแบบทางวิศวกรรม โปรแกรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ออกแบบหรือวิศวกรออกแบบงานต่างๆ ได้สะดวกขึ้น กล่าวคือ ผู้ออกแบบสามารถเขียนเป็นแบบลายเส้นแล้วลงสี แสงเงา เพื่อให้ดูคล้ายกับของจริงได้ นอกจากนี้แล้วเมื่อผู้ออกแบบกำหนดขนาดของวัตถุลงในระบบ CAD แล้ว ผู้ออกแบบยังสามารถย่อหรือขยายภาพนั้น หรือต้องการหมุนภาพไปในมุมต่างๆ ได้ด้วย การแก้ไขแบบก็ทำได้ง่ายและสะดวกกว่าการออกแบบบนกระดาษจึงเป็นอาชีพที่สร้างโลกที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น มอนสเตอร์ตัว ร้าย ตัวละครที่แสนน่ารัก หรือแม้แต่แคตตาล็อคสินค้าที่ดึงดูดให้เราซื้อหา โดยมีอาวุธคู่กายอย่าง คอมพิวเตอร์ จึงเป็นการส่งภาพประทับใจเข้าไปกลางใจของผู้ชม

ความสนใจในอาชีพนี้:  เพราะมีการ วาดภาพ ทำGame, Animation, ภาพยนต์  ๆลๆ
ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมสนใจและกำลังศึกษามันอยู่เพื่ออาจนำไปสร้างผลงานต่อในอนาคต

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เรื่อง ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีด้านลบ

นักเรียนอังกฤษแฮ็ก Facebook โดนสั่งจำคุก 8 เดือน

โหดไปหรือเปล่า? นักเรียนอังกฤษแฮ็ก Facebook โดนสั่งจำคุก 8 เดือน
ดูเหมือนนักเรียนที่มีความสามารถด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ของอังกฤษรายหนึ่งนาม ว่า Glenn Mangham อายุ 26 ปี ผู้ซึ่งค้นพบจุดอ่อนของระบบ  ชีวิตตัวเองจะไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไหร่นักซะแล้ว เพราะว่าสิ่งที่เค้าค้นพบ นอกจากจะแค่เป็นการค้นพบเฉยๆก็คงไม่มีอะไร แต่กลับทำการเอาช่องโหว่ที่ว่าทั้งหมดออกมาเปิดเผย โดยศาลได้ตัดสินสั่งจำคุก 8 เดือน จากความผิดที่เค้าก่อขึ้น
แต่เป็นที่น่าแปลกตรงที่ แม้ว่าศาลจะพิจารณาว่าสิ่งที่ Mangham ได้ทำลงไปนั้น ไม่ได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่เอาข้อมูลที่ได้ไปส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เป็นภัยต่อประเทศ และความมั่นคงอย่าง KGB หรือ Google แต่เค้าก็ยังโดนตัดสินให้มีความผิด ดูไปแล้วก็เหมือนว่าเพราะเขาเข้าไปเจาะระบบของบริษัทที่มีชื่อเสียงและความ สำคัญแค่นั้น
ก็ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ศาลของอังกฤษกันพอสมควรเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง เรื่องนี้ก็น่าจะกลายเป็นสิ่งให้หลายๆฝ่ายได้ศึกษากันเพิ่มเติมต่อไป โดยเฉพาะตัวของ Facebook เอง

ความคิดเห็น : ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีกันได้หมดและอย่างเท่าเทียมกันแต่ไม่ควรไปก้าวก่ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น
ที่มา : www.notebookspec.com

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

เรื่อง บทบาทของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบทางด้านบวก

นิทรรศการนวัตกรรมสื่อสารนิพนธ์ครั้งที่ 6 “ ออกหน้าออกตา ” 
6TH MULTIMEDIA COSCI THESIS EXHIBITION

นิทรรศการนวัตกรรมสื่อสารนิพนธ์ครั้งที่ 6 “ ออกหน้าออกตา ”6TH MULTIMEDIA COSCI THESIS EXHIBITION
          วันนี้ (13 พ.ค. 2559) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดงานนิทรรศการนวัตกรรมสื่อสารนิพนธ์ครั้งที่ 6 “ ออกหน้าออกตา ” เป็นการจัดแสดงผลงานของนิสิตในด้านสื่อมัลติมีเดียเพื่อสังคม ของนิสิตชั้นปีที่ 4 วิชาเอกการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย งานนิทรรศการ ฯ นี้ได้แนวความคิดจาก “ลูกเต๋า” บนเกมส์กระดาน ที่ยิ่งทอยหลายลูกโอกาสที่จะเกิดแต้มใหม่ ๆ ยิ่งเยอะขึ้น เปรียบได้กับงานออกแบบที่มีการสร้างสรรค์ที่หลากหลาย สามารถพลิกแพลงและทอยออกมาเป็นผลงานชิ้นใหม่ได้อย่างไม่ซ้ำกัน

 ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาเปิดนิทรรศการ ฯ ได้กล่าวว่า การแสดงงานนิทรรศการ ฯ นี้ เป็นการแสดงศักยภาพผลงานของนิสิตให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ประกอบการ และสาธารณชนโดยทั่วไป พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล สร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคลากรทั่วไปเกิดความสนใจที่ศึกษาและเรียนรู้ และมีทัศนคติที่ดีต่ออุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล
โดยภายในงานนิทรรศการ ฯ มีผลงานหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสื่อปฏิสัมพันธ์ ด้านอนิเมชัน 2 มิติ 3 มิติ ด้านโมชันกราฟิก อินโฟกราฟิก ด้านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ด้านภาพลักษณ์องค์กร เป็นต้นนอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมภายในงาน เช่น การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคนิคการทาสื่อมีเดีย จากรุ่นพี่ และวิทยากรจากบริษัทด้านมัลติมีเดียต่างๆ และกิจกรรมวาดภาพการ์ตูนเหมือนโดยนิสิตวิชาเอกการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย

ซึ่งภายในงานนิทรรศการ ฯ ได้แบ่งผลงานการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมิเดีย (Interactive and Multimedia Design) ของนักศึกษา ออกเป็น 6 ประเภท คือ
1. แอนิเมชั่นสองมิติ 2D Animation
2.แอนิเมชั่นสามมิติ 3D Animation
3. ภาพกราฟิกเคลื่อนไหว Motion Graphic
4. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ E – Books   
5. สื่อปฏิสัมพันธ์ Interactive Media 
6. อัตลักษณ์องกรค์กร Corporate Identity


http://www.vcharkarn.com/vnews/504848

ผลกระทบ:  เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป


เห็นด้วยครับ  จะทำให้ผู้ประกอบการ และสาธารณชนโดยทั่วไป พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล สร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคลากรทั่วไปเกิดความสนใจที่ศึกษาและเรียนรู้ และมีทัศนคติที่ดีต่ออุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่4

                                       ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์


โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนจะมีความสำคัญต่อโครงงานนั้น ๆ การแบ่งขั้นตอนของการทำโครงงานอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานและการวางแผนการทำโครงงานในที่นี้จะบ่งการทำงานออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้
– จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
– สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
– มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
– มีเวลาเพียงพอ
– มีงบประมาณเพียงพอ
– มีความปลอดภัย
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย
จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม
3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ 
จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด



ใบงานที่3

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
 (โปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชาเคมี)
ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล  ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชำกิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย  และสถานที่สำคัญของประเทศไทย เป็นต้น






วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่2

ประเภทของโครงงงานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
โครงงานสามารถแบ่งตามลักษณะของกิจกรรมได้ ๔ ประเภท ดังนี้

         ๑.๑ โครงงานประเภทสำรวจ
             โครงงานประเภทสำรวจ เป็นโครงงานประเภทเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อหาสาเหตุของปัญหาหรือสำรวจความคิดเห็น ข้อมูลที่รวบรวมได้บางอย่างอาจเป็นปัญหาที่นำไปสู่การทดลองหรือค้นพบสาเหตุของปัญหาที่ต้องหาวิธีแก้ไขปรับปรุงร่วมกัน เช่น โครงงานการสำรวจคำที่มักเขียนผิด โครงงานสำรวจการใช้คำคะนองในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

          ๑.๒ โครงงานประเภทการทดลอง
             โครงงานประเภทการทดลอง เป็นโครงงานที่ต้องออกแบบทดลอง เพื่อการศึกษาผลการทดลองว่าเป็นไปตามที่ตั้งสมมติฐานไว้หรือไม่ โครงงานประเภทนี้ต้องสรุปความรู้หรือผลการทดลองเป็นหลักการหรือแนวทางการปฏิบัติไว้ เช่น โครงงานการทดลองยากันยุงจากพืชสมุนไพร โครงงานการทดลองปลูกพืชสวนครัวโดยใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

          ๑.๓ โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
             โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่ประยุกต์หลักการทางวิทยาศาสตร์เข้าสู่กระบวนการปฏิบัติ โดยอาศัยเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อประดิษฐ์ชิ้นงานใหม่ อาจเป็นของใช้ เครื่องประดับจากวัสดุเหลือใช้ หรือนำวัสดุท้องถิ่นที่มีมากมายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น โครงงานการประดิษฐ์เครื่องจักสานจากผักตบชวา โครงงานการประดิษฐ์เครื่องช่วยสอนวิชาภาษาอังกฤษ เป็นต้น

          ๑.๔ โครงงานประเภททฤษฎี
             โครงงานประเภททฤษฎี เป็นโครงงานที่มีลักษณะเป็นการหาความรู้ใหม่ โดยการรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์จากสถิติแล้วอภิปราย หรือเป็นโครงงานที่ศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกิดจากข้อสงสัย อาจเป็นการนำบทเรียนมาขยายเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้ได้ความรู้ในแง่มุมที่กว้างและลึกกว่าเดิม เช่น โครงงานการศึกษาคำซ้อนในวรรณคดีร้อยแก้ว โครงงานการศึกษาข้อคิดจากเรื่องพระมโหสถชาดก เป็นต้น


โครงงานคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท  อะไรบ้าง?
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
     คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรม และลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ

     1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
     2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
     3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
     4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
     5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)



ประโยชน์ของโครงงาน ให้เขียนมละ  5  ข้อ?

1.       ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน ประสานงาน และติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมทั้งมีการวางแผนการทำงาน
2.       ทำให้กล้าคิด กล้าแสดงออก ต่อที่ประชุมชนมากขึ้น
3.       ทำให้รู้จักหน้าที่ และมีความรับผิดชอบมากขึ้น
4.       ทำให้รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ
5.       ทำให้รู้จักการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี

ใบงานที่1

โครงงาน หมายถึงอะไร? 
โครงงานหมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงานใหญ่ที่มีความยากและซับซ้อนขึ้นก็ได้

โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร?
โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเีรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ตัวอย่างเว็บไซต์


http://waruneee202.blogspot.com/

http://www.krusarawut.net/wp/?cat=15

http://miwkattarin.blogspot.com/