Cute Blinking Blue Cat

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เรื่อง ผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีด้านลบ

นักเรียนอังกฤษแฮ็ก Facebook โดนสั่งจำคุก 8 เดือน

โหดไปหรือเปล่า? นักเรียนอังกฤษแฮ็ก Facebook โดนสั่งจำคุก 8 เดือน
ดูเหมือนนักเรียนที่มีความสามารถด้านการพัฒนาซอฟท์แวร์ของอังกฤษรายหนึ่งนาม ว่า Glenn Mangham อายุ 26 ปี ผู้ซึ่งค้นพบจุดอ่อนของระบบ  ชีวิตตัวเองจะไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไหร่นักซะแล้ว เพราะว่าสิ่งที่เค้าค้นพบ นอกจากจะแค่เป็นการค้นพบเฉยๆก็คงไม่มีอะไร แต่กลับทำการเอาช่องโหว่ที่ว่าทั้งหมดออกมาเปิดเผย โดยศาลได้ตัดสินสั่งจำคุก 8 เดือน จากความผิดที่เค้าก่อขึ้น
แต่เป็นที่น่าแปลกตรงที่ แม้ว่าศาลจะพิจารณาว่าสิ่งที่ Mangham ได้ทำลงไปนั้น ไม่ได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย หรือแม้แต่เอาข้อมูลที่ได้ไปส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เป็นภัยต่อประเทศ และความมั่นคงอย่าง KGB หรือ Google แต่เค้าก็ยังโดนตัดสินให้มีความผิด ดูไปแล้วก็เหมือนว่าเพราะเขาเข้าไปเจาะระบบของบริษัทที่มีชื่อเสียงและความ สำคัญแค่นั้น
ก็ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ศาลของอังกฤษกันพอสมควรเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง เรื่องนี้ก็น่าจะกลายเป็นสิ่งให้หลายๆฝ่ายได้ศึกษากันเพิ่มเติมต่อไป โดยเฉพาะตัวของ Facebook เอง

ความคิดเห็น : ทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีกันได้หมดและอย่างเท่าเทียมกันแต่ไม่ควรไปก้าวก่ายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น
ที่มา : www.notebookspec.com

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2559

เรื่อง บทบาทของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบทางด้านบวก

นิทรรศการนวัตกรรมสื่อสารนิพนธ์ครั้งที่ 6 “ ออกหน้าออกตา ” 
6TH MULTIMEDIA COSCI THESIS EXHIBITION

นิทรรศการนวัตกรรมสื่อสารนิพนธ์ครั้งที่ 6 “ ออกหน้าออกตา ”6TH MULTIMEDIA COSCI THESIS EXHIBITION
          วันนี้ (13 พ.ค. 2559) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดงานนิทรรศการนวัตกรรมสื่อสารนิพนธ์ครั้งที่ 6 “ ออกหน้าออกตา ” เป็นการจัดแสดงผลงานของนิสิตในด้านสื่อมัลติมีเดียเพื่อสังคม ของนิสิตชั้นปีที่ 4 วิชาเอกการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย งานนิทรรศการ ฯ นี้ได้แนวความคิดจาก “ลูกเต๋า” บนเกมส์กระดาน ที่ยิ่งทอยหลายลูกโอกาสที่จะเกิดแต้มใหม่ ๆ ยิ่งเยอะขึ้น เปรียบได้กับงานออกแบบที่มีการสร้างสรรค์ที่หลากหลาย สามารถพลิกแพลงและทอยออกมาเป็นผลงานชิ้นใหม่ได้อย่างไม่ซ้ำกัน

 ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ. ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาเปิดนิทรรศการ ฯ ได้กล่าวว่า การแสดงงานนิทรรศการ ฯ นี้ เป็นการแสดงศักยภาพผลงานของนิสิตให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้ประกอบการ และสาธารณชนโดยทั่วไป พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล สร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคลากรทั่วไปเกิดความสนใจที่ศึกษาและเรียนรู้ และมีทัศนคติที่ดีต่ออุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล
โดยภายในงานนิทรรศการ ฯ มีผลงานหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสื่อปฏิสัมพันธ์ ด้านอนิเมชัน 2 มิติ 3 มิติ ด้านโมชันกราฟิก อินโฟกราฟิก ด้านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ด้านภาพลักษณ์องค์กร เป็นต้นนอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมภายในงาน เช่น การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเทคนิคการทาสื่อมีเดีย จากรุ่นพี่ และวิทยากรจากบริษัทด้านมัลติมีเดียต่างๆ และกิจกรรมวาดภาพการ์ตูนเหมือนโดยนิสิตวิชาเอกการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย

ซึ่งภายในงานนิทรรศการ ฯ ได้แบ่งผลงานการออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมิเดีย (Interactive and Multimedia Design) ของนักศึกษา ออกเป็น 6 ประเภท คือ
1. แอนิเมชั่นสองมิติ 2D Animation
2.แอนิเมชั่นสามมิติ 3D Animation
3. ภาพกราฟิกเคลื่อนไหว Motion Graphic
4. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ E – Books   
5. สื่อปฏิสัมพันธ์ Interactive Media 
6. อัตลักษณ์องกรค์กร Corporate Identity


http://www.vcharkarn.com/vnews/504848

ผลกระทบ:  เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป


เห็นด้วยครับ  จะทำให้ผู้ประกอบการ และสาธารณชนโดยทั่วไป พัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล สร้างแรงกระตุ้นให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคลากรทั่วไปเกิดความสนใจที่ศึกษาและเรียนรู้ และมีทัศนคติที่ดีต่ออุตสาหกรรมสื่อดิจิตอล

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่4

                                       ขั้นตอนการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร์


โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนจะมีความสำคัญต่อโครงงานนั้น ๆ การแบ่งขั้นตอนของการทำโครงงานอาจแตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานและการวางแผนการทำโครงงานในที่นี้จะบ่งการทำงานออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้
1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจทำ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่าง ๆ จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว นักเรียนสามารถจะศึกษาการได้มาของเรื่องที่จะทำโครงงาน การอ่านค้นคว้า การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ การฟังบรรยาย รายการวิทยุโทรทัศน์ สนทนาอภิปราย กิจกรรมการเรียนการสอน งานอดิเรก การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญดังนี้
– จะต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
– สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
– มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
– มีเวลาเพียงพอ
– มีงบประมาณเพียงพอ
– มีความปลอดภัย
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
รวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิช่วยจะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดของเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งความรู้เพิ่มเติมในเรื่งที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดำเนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว นักเรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสำคัญไว้ด้วย
จะต้องพิจารณาดังนี้ มูลเหตุจูงใจและเป้าหมายในการทำ วัสดุอุปกรณ์ ความต้องการของผู้ใช้งานและคุณลักษณะของผลงาน (Requirement and Specification) วิธีการประเมินผล วิธีการพัฒนา ข้อสรุปของโครงงาน ความแปลกใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ แนวทางในการปรับปรุงหรือขยายการทดลองจากงานเดิม
3. การจัดทำเค้าโครงของโครงงานที่จะทำ 
จำเป็นต้องกำหนดกรอบแนวคิดและวงแผนการพัฒนาล่วงหน้าเพื่อคาดการณ์ความเป็นไปได้ของโครงงาน ขั้นตอนที่สำคัญคือ ศึกษาค้นคว้าเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการพัฒนา เสนอเค้าโครงของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อขอคำแนะนำและปรับปรุงแก้ไข
4. การลงมือทำโครงงาน เมื่อเค้าโครงได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพัฒนาตามขั้นตอนที่ได้วางแผนไว้ดังนี้ เตรียมการ ลงมือพัฒนา ตรวจสอบผลงานและแกไข อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ แนวทางในการพัฒนาโครงงานในอนาคต
5. การเขียนรายงาน เป็นสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวความคิด วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่าง ๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนควรใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมาให้ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ
6. การนำเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน เป็นการนำเสนอเพื่อแสดงออกถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจในโครงงานนั้น ในการเสนออาจทำได้หลายรูปแบบ เช่น ติดโปสเตอร์ การรายงานตัวในที่ประชุม การแสดงผลงานด้วยสื่อต่าง การจัดนิทรรศการ การอธิบายด้วยคำพูด



ใบงานที่3

โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
 (โปรแกรมส่งเสริมการเรียนรู้วิชาเคมี)
ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรียนหรือหน่วยการเรียน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึกหัด บททบทวน และคำถามคำตอบไว้พร้อม ผู้เรียนสามารถเรียนแบบรายบุคคลหรือรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็นการพัฒนาบทเรียนแบบออนไลน์ ให้ผู้เรียนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงานประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนในวิชาต่างๆ โดยผู้เรียนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็นหัวข้อในการพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล  ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชำกิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย  และสถานที่สำคัญของประเทศไทย เป็นต้น






วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ใบงานที่2

ประเภทของโครงงงานมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
โครงงานสามารถแบ่งตามลักษณะของกิจกรรมได้ ๔ ประเภท ดังนี้

         ๑.๑ โครงงานประเภทสำรวจ
             โครงงานประเภทสำรวจ เป็นโครงงานประเภทเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อหาสาเหตุของปัญหาหรือสำรวจความคิดเห็น ข้อมูลที่รวบรวมได้บางอย่างอาจเป็นปัญหาที่นำไปสู่การทดลองหรือค้นพบสาเหตุของปัญหาที่ต้องหาวิธีแก้ไขปรับปรุงร่วมกัน เช่น โครงงานการสำรวจคำที่มักเขียนผิด โครงงานสำรวจการใช้คำคะนองในหนังสือพิมพ์ เป็นต้น

          ๑.๒ โครงงานประเภทการทดลอง
             โครงงานประเภทการทดลอง เป็นโครงงานที่ต้องออกแบบทดลอง เพื่อการศึกษาผลการทดลองว่าเป็นไปตามที่ตั้งสมมติฐานไว้หรือไม่ โครงงานประเภทนี้ต้องสรุปความรู้หรือผลการทดลองเป็นหลักการหรือแนวทางการปฏิบัติไว้ เช่น โครงงานการทดลองยากันยุงจากพืชสมุนไพร โครงงานการทดลองปลูกพืชสวนครัวโดยใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

          ๑.๓ โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
             โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ เป็นโครงงานที่ประยุกต์หลักการทางวิทยาศาสตร์เข้าสู่กระบวนการปฏิบัติ โดยอาศัยเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ เพื่อประดิษฐ์ชิ้นงานใหม่ อาจเป็นของใช้ เครื่องประดับจากวัสดุเหลือใช้ หรือนำวัสดุท้องถิ่นที่มีมากมายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น โครงงานการประดิษฐ์เครื่องจักสานจากผักตบชวา โครงงานการประดิษฐ์เครื่องช่วยสอนวิชาภาษาอังกฤษ เป็นต้น

          ๑.๔ โครงงานประเภททฤษฎี
             โครงงานประเภททฤษฎี เป็นโครงงานที่มีลักษณะเป็นการหาความรู้ใหม่ โดยการรวบรวมข้อมูลและนำมาวิเคราะห์จากสถิติแล้วอภิปราย หรือเป็นโครงงานที่ศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกิดจากข้อสงสัย อาจเป็นการนำบทเรียนมาขยายเพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้ได้ความรู้ในแง่มุมที่กว้างและลึกกว่าเดิม เช่น โครงงานการศึกษาคำซ้อนในวรรณคดีร้อยแก้ว โครงงานการศึกษาข้อคิดจากเรื่องพระมโหสถชาดก เป็นต้น


โครงงานคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท  อะไรบ้าง?
ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์
     คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยในทุก ๆ สาขาวิชา ดังนั้นโครงงานคอมพิวเตอร์จึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ทั้งในลักษณะของเนื้อหา กิจกรรม และลักษณะของประโยชน์หรือผลงานที่ได้ ซึ่งอาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คือ

     1. โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา (Educational Media)
     2. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ (Tools Development)
     3. โครงงานประเภทจำลองทฤษฎี (Theory Experiment)
     4. โครงงานประเภทการประยุกต์ใช้งาน (Application)
     5. โครงงานพัฒนาเกม (Game Development)



ประโยชน์ของโครงงาน ให้เขียนมละ  5  ข้อ?

1.       ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงาน ประสานงาน และติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมทั้งมีการวางแผนการทำงาน
2.       ทำให้กล้าคิด กล้าแสดงออก ต่อที่ประชุมชนมากขึ้น
3.       ทำให้รู้จักหน้าที่ และมีความรับผิดชอบมากขึ้น
4.       ทำให้รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ
5.       ทำให้รู้จักการเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดี

ใบงานที่1

โครงงาน หมายถึงอะไร? 
โครงงานหมายถึง กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองตามความสามารถ ความถนัด และความสนใจ โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือกระบวนการอื่นใดไปใช้ในการศึกษาหาคำตอบในเรื่องนั้นๆ โดยมีครูผู้สอนคอยกระตุ้นแนะนำและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกหัวข้อที่จะศึกษา ค้นคว้า ดำเนินการ วางแผน กำหนดขั้นตอนการดำเนินงาน โดยทั่วๆ ไป การทำโครงงานสามารถทำได้ทุกระดับการศึกษา ซึ่งอาจทำเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงาน อาจเป็นโครงงานเล็กๆ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นโครงงานใหญ่ที่มีความยากและซับซ้อนขึ้นก็ได้

โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึงอะไร?
โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึง กิจกรรมการเรียนที่นักเีรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ตัวอย่างเว็บไซต์


http://waruneee202.blogspot.com/

http://www.krusarawut.net/wp/?cat=15

http://miwkattarin.blogspot.com/





วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

Blog โครงงาน เรื่อง ความหมายของคอมพิวเตอร์



        


  ประโยชน์ที่ได้รับจากการทำงาน

1.ได้รู้วิธีการทำงานเป็นกลุ่มแบบมีขั้นตอน
2.ทำให้รู้จักหน้าที่ การทำงานร่วมกับผู้อื่นและมีความรับผิดชอบมาขึ้น
3.สามารถนำไปบอกเล่าให้คนอื่นๆฟังและนำไปศึกษา
4.ได้รับรู้ถึงประโยชน์ในการทำBlogger
5.ได้ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์